หัวข้อ การส่งเงินสมทบ (2) ถามตอบปัญหา

(1/1)

morgan manager:
ผู้ประกันตนลาออกเกิน 6 เดือน แล้วจะได้อะไร
 
ผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างและได้นำส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขเวลา ที่จะก่อให้เกิดสิทธิ จะได้รับความคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน นับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และภายใน 6 เดือนสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้โดยสำนักงานประกันสังคมยังให้ความคุ้มครองทั้ง 6 กรณีและหากเลยระยะเวลา 6 เดือน ผู้ประกันตนจะขาดสิทธิในกรณีดังกล่าว

 
พนักงานส่งเงินสมทบไม่ถึง 3 เดือนมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลหรือไม่
 
ไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน

 
พนักงานเข้าออกเดือนเดียวกัน ได้รับค่าจ้างไม่ถึง 1,650 บาท จะต้องนำส่งเงินสมทบหรือไม่
 
นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ส่งเงินสมทบให้กับกองทุนประกันสังคม ถึงแม้ว่าลูกจ้างทำงานเพียงวันเดียวนายจ้างก็ต้องหักค่าจ้างตามที่ประกันสังคมกำหนด หากเงินค่าจ้างไม่ถึง 1,650 บาท ต้องคำนวณเงินสมทบนำส่งจากค่าจ้าง 1,650 บาท นำส่งเงินสมทบ 17 บาท


มีลูกจ้างเป็นคนพิการจะต้องหักเงินประกันสังคมหรือไม่
 
ต้องหัก เพราะใช้สิทธิเหมือนคนอื่น
 

ลูกจ้างทำงานกับนายจ้างหลายรายในรายอื่นที่จ่ายเกินน่าจะไม่ต้องไปเก็บเงินสมทบ
 
นายจ้างหลายรายต่างนิติบุคคลกันนายจ้างจะต้องทำหน้าที่ตาม พรบ.ประกันสังคมเพราะฉะนั้นลูกจ้างอยู่หลายบริษัทก็ต้องอยู่หลาย ๆ นิติบุคคล นิติบุคคลจะต้องจ่ายส่วนของผู้ประกันตน  ถ้าจ่ายเกินที่กำหนดถือว่าเป็นเงินอันไม่พึงชำระของสำนักงานประกันสังคม ก็ให้ขอคืนไป

 
ลูกจ้างที่ออกจากงานและสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจต้องจ่ายเงินสมทบ 6% สูงเกินไปสำหรับบางคนที่ตกงานและไม่มีรายได้ทางสำนักงานประกันสังคม มีวิธีใดบ้างที่จะลดเปอร์เซ็นต์เงินสมทบให้แก่ผู้ที่ตกงานและไม่มีรายได้
 
กฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 จำนวนเดือนละ 4,800 บาท อัตราเดียวเท่ากันทุกคน ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีหน้าที่ส่งเงินสมทบ 2 เท่าของอัตราเงินสมทบร้อยละ 3 ของ จำนวนเงิน 4,800 บาท  เงินสมทบเดือนละ 288 บาท เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 6 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และชราภาพ

 
 
ลูกจ้างมีปัญหาเกี่ยวกับอัตราเงินสมทบที่เก็บเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะค่าจ้างก็น้อย ทางประกันสังคมจะช่วยแก้ปัญหาอย่างไรบ้างคะ (ลูกจ้างมีปัญหาเรื่องเงิน)
 
การส่งเงินสมทบเพิ่มนั้น สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก็มีการขยายเพิ่มขึ้น เช่น สงเคราะห์บุตรและชราภาพ

 
ลูกจ้างไม่ต้องการส่งเงินสมทบ ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่อย่างไร
พระ ราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 46 กฎหมายกำหนดให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตนออกเงินสมทบเข้ากองทุน และมาตรา 47 พ.ศ. 2533 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของนายจ้างในการหักเงินสมทบจากเงินค่าจ้างของ ผู้ประกันตน กรณีที่นายจ้างมิได้หักค่าจ้างหรือหักไว้ไม่ครบเพื่อส่งเป็นเงินสมทบ นายจ้างเป็นผู้รับผิดตามมาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ จึงไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง
 
  

ส่งข้อมูลเงินสมทบเป็นแผ่น Diskette ต้องส่งครั้งละ 1 แผ่นส่งแล้วไม่ได้คืนใช่หรือไม่
 
ไม่ใช่  การส่งมี 2 กรณี คือ
1. ส่งที่ธนาคารกรุงไทยทางธนาคารจะ Copy แผ่นมาให้ที่สปส.แผ่นต้นฉบับจะอยู่ที่ธนาคารให้นายจ้างไปติดต่อขอรับในคราว ถัดไปในการนำส่งเงินสมทบ
2. หากส่งที่สำนักงานประกันสังคมเมื่อสำนักงานดำเนินการแล้วเสร็จให้นายจ้างไปติดต่อขอรับในคราวต่อไปในการนำส่งเงินสมทบ
 
  

ส่งเงินสมทบมาตลอดและว่างงานมา 3 ปี ขณะนี้กลับเข้ามาเป็นผู้ประกันตนแล้ว ถามว่านับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบต่อเนื่องหรือไม่
 
ต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่มีหน้าที่นำส่งเงินสมทบ

 
หากมีการเพิ่มความคุ้มครอง 1 คน ผู้ประกันตนเข้าร่วมอีกประมาณ 3.5 ล้าน การเก็บเงินสมทบจะลดลงอีกหรือไม่ เพราะเงินที่เก็บมาตลอดก็มากถึงหนึ่งหมื่นล้านคน จะต้องลดเงินสมทบ
 
การจัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในปัจจุบันได้กำหนดให้ ลูกจ้าง นายจ้าง นำส่งเงินสมทบฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้างสำหรับการจ่ายประโยชน์ทดแทน 6 กรณีคือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีคลอดบุตร กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ซึ่งอัตราเงินสมทบ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอัตราที่สำนักงานประกันสังคมได้ปรับลด ตั้งแต่ พ.ศ.2541-2545 จากฝ่ายละร้อยละ 1.5 ของค่าจ้าง เป็นฝ่ายละร้อยละ 1 ของค่าจ้าง สำหรับประโยชน์ทดแทน 4 กรณีและกรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ จากฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้าง เป็นฝ่ายละร้อยละ 2 ของค่าจ้าง  โดยสำนักงานประกันสังคมจะกลับมาใช้อัตราเดิมในปี 2546 ซึ่งการจัดเก็บเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคมเป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ใน กฎหมายประกันสังคมซึ่งเงินสมทบที่จัดเก็บไว้จะนำมาจ่ายประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ ประกันตนและผู้มีสิทธิโดยตรง ทั้งนี้เงินสมทบที่จัดเก็บนั้นสำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการคำนวณทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของแต่ละฝ่ายตามภาวะเศรษฐกิจสังคมและเสถียรภาพของกองทุน

 
เคยเป็นสมาชิกประกันสังคมแล้ว แต่ได้ขาดส่งจึงทำให้ถูกคัดชื่อออกตอนหลังอยากสมัครต่ออีกต้องทำอย่างไร
สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เนื่องจากไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หากได้กลับเข้าทำงานอีกครั้งในสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมแล้ว จะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกต่อมาออกจากงานจึงมีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน


เงินค่าล่วงเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ในระหว่างที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งให้นายจ้าง เป็นครั้งคราวจะต้องนำมาคำนวณเงินสมทบหรือไม่
 
การจัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ใช้ค่าจ้างเป็นฐาน ในการคำนวณเงินสมทบ ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 5 "ค่าจ้าง" หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนในวันเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้และให้หมายความ รวมถึงเงินที่นายจ้างให้ในวันหยุดและวันลา ซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงาน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนดคำนวณหรือจ่ายไปในลักษณะใดและไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ดังนั้น เงินใดก็ตามที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้างหากเป็นไปตามองค์ประกอบดังกล่าวข้าง ต้นไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร กำหนด คำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีใดก็ตาม ย่อมเป็น "ค่าจ้าง" ทั้งสิ้น

 
 

เงินสมทบทำไมจ่ายแพงมาก
 
การกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกันสังคม ซึ่งเงินสมทบที่จัดเก็บได้จะนำมาจ่ายเป็นประโยชน์ทดแทน แก่ผู้ประกันตนและผู้มีสิทธิโดยตรง ทั้งนี้ อัตราเงินสมทบที่จัดเก็บนั้น สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการคำนวณทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายตามภาวะเศรษฐกิจ และสังคมและเสถียรภาพของกองทุนเป็นสำคัญ
 

เงินสมทบที่จัดเก็บในอัตรา 5%แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างไรบ้างและมีเงินออมเท่าใด
 
จัดเก็บในอัตราร้อยละ 1.5 ของค่าจ้าง  สำหรับประโยชน์ทดแทน 4 กรณีคือ เจ็บป่วย  คลอดบุตร  ทุพพลภาพและเสียชีวิต
จัดเก็บในอัตราร้อยละ 3 ของค่าจ้าง  สำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ  ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับคืนไปในกรณีชราภาพ
จัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.5 ของค่าจ้าง  สำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน
  

เดิมเคยส่งเงินสมทบด้วยแบบ สปส.1-10 แล้ว จะเปลี่ยนเป็นส่งด้วยแผ่น Diskette ต้องติดต่อสำนักงานประกันสังคมหรือไม่
 
ต้องติดต่อเข้ามาก่อน เพราะจะต้องเอาแผ่น Diskette มา Format แบบฟอร์มจากสำนักงานประกันสังคมและทางเจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีการปฏิบัติพร้อมคู่มือ

 
เมื่อปีที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมได้เรียกเก็บเงินสมทบร้อยละ 2 ปัจจุบันเรียกเก็บเงินสมทบจากลูกจ้างเป็นร้อยละ 3 เป็นเพราะเหตุใด จะลดน้อยลงกว่านี้ได้หรือไม่
 
เพราะภาวะเศรษฐกิจ ไม่ดี สำนักงานประกันสังคมจัดเก็บเป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกันสังคม ซึ่งเงินสมทบที่จัดเก็บได้จะนำมาจ่ายเป็นประโยชน์ ทดแทนแก่ผู้ประกันตนและผู้มีสิทธิโดยตรง ทั้งนี้อัตราเงินสมทบที่จัดเก็บนั้น สำนักงานประกันสังคมได้คำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของแต่ละฝ่ายตามภาวะ เศรษฐกิจและสังคม และเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมา การเก็บเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมจึงปรับอัตราเงินสมทบสำหรับประโยชน์ทดแทน 4 กรณี คือ ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีตายที่ไม่เนื่องจาการทำงาน จากอัตราปกติ 1.5 ของค่าจ้าง เป็นฝ่ายละ ร้อยละ 1 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 5 ปี (ในช่วงปี 2541-2545) โดยสำนักงานประกันสังคมจะกลับ ไปใช้อัตราเดิมในปี 2546 ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น

สำหรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ ซึ่งเริ่มใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2541 กฎหมายได้กำหนดอัตราเงินสมทบไว้ให้จ่าย ฝ่ายละไม่เกินร้อยละ 3 ของค่าจ้าง และเพื่อไม่เป็นการสร้างภาระให้แก่นายจ้างและผู้ประกันตนในช่วงภาวะวิกฤต เศรษฐกิจ สำนักงานประกันสังคมเริ่มจัดเก็บเงินสมทบจากอัตราที่ต่ำก่อน คือ ร้อยละ 1 ของค่าจ้าง ในช่วงปี 2541-2542 แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2 ของค่าจ้างในปี 2543 และขยายเวลาการจัดเก็บไปจนถึงปี 2543 และขยายเวลาการจัดเก็บไปจนถึงปี 2545 และเป็นร้อยละ 3 ของค่าจ้างในปี 2546

  

แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตนจะยื่นในกรณีใดบ้าง
กรณีเปลี่ยนคำนำหน้านาม ชื่อ ชื่อสกุล เลขที่บัตรประชาชน สถานภาพ ครอบครัวข้อมูลเกี่ยวกับบุตรและการเปลี่ยนแปลงหมายเลขบัตรประกันสังคม

  

ในกรณีที่ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน จะสามารถนำส่งเงินย้อนหลังได้หรือไม่
 
ถ้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สามารถนำส่งได้ แต่ถ้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ไม่สามารถนำส่งได้ (จะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)

ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่ส่งเงินสมทบเป็นเวลา 1 เดือนแล้วกลับมาส่งต่อจะเสียสิทธิทุกกรณีหรือไม่  
สิทธิ ที่เกิดจะไม่เสียสิทธิถ้าจ่ายเงินสมทบตามเงื่อนไข ยกเว้นกรณีเดียวคือกรณีสงเคราะห์บุตรถ้าเดือนนั้นไม่ได้ส่งหรือสิ้นสภาพไปก็คือไม่ได้ของเดือนนั้น เมื่อกลับมาใหม่ถึงจะเริ่มให้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง


ในกรณีผู้ประกันตนเปลี่ยนแปลงสถานะจากโสดเป็นสมรสและไม่แจ้งการ เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน แต่ได้แจ้งทำบัตรประกันสังคมและบัตรรับรองสิทธิใหม่ตามสภาพสมรสของปัจจุบัน เรียบร้อยยังต้องแบบเปลี่ยนข้อเท็จจริงผู้ประกันตนหรือไม่
 
แจ้งทำบัตรประกันสังคมน่าจะเป็นบัตรรับรองสิทธิมากกว่า เพราะว่าถ้าเป็นบัตรประกันสังคมผู้ประกันตนจะได้ชื่อเดิม ได้นางสาวเหมือนเดิม เพราะว่าถ้าเป็นบัตรรับรองสิทธิถ้าแนบใบสำเนาทะเบียนสมรส จะได้ชื่อใหม่ นามสกุลใหม่ ขอแนะนำควรแจ้งแบบเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อทางสำนักงานจะได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง เพราะในฐานทะเบียนผู้ประกันตนอาจจะผิดอยู่ ขอให้แจ้งทางสำนักงานทราบอีกครั้งถ้าถูกต้องทางเราแจ้งไปว่าข้อมูลในฐานถูก ต้อง

 
ในเรื่องของการเบิกประโยชน์ทดแทน กรณีที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบกับประกันสังคมลูกจ้างจะมีปัญหาว่า ยื่นเอกสารแล้วเจ้าหน้าที่ไม่รับบ้างยื่นแล้วรอเรื่องนานมาก ๆ กลายเป็นว่า เรื่องที่นายจ้างทำแต่ความผิดกลับมาตกกับผู้ประกันตนที่โดนหักเงินสมทบทุก เดือน
 
เจ้าหน้าที่ฝ่ายประโยชน์ทดแทนจะต้องรับ เรื่อง และมีหน้าที่ประสานกับนายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาวินิจฉัยประโยชน์ทดแทน ให้แก่ผู้ประกันตนได้ ในกรณีที่เป็นความผิดของนายจ้างเช่นไม่แจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน แจ้งการลาออกช้า มีบทลงโทษกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคมอยู่แล้ว ในกรณีที่นายจ้างค้างชำระ แต่ผู้ประกันตนมีการทำงานและถูกนายจ้างหักค่าจ้างมาตลอดเจ้าหน้าที่จะตรวจ สอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ประกันตนเป็นลูกจ้างทำงานมาตลอดมีค่าจ้างเจ้าหน้าที่จะวินิจฉัย ให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิได้ เพราะมิใช่ความผิดของผู้ประกันตน

 
 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ