01 พฤศจิกายน 2014,- 07:08 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้ารวม   วิธีใช้เวปบอร์ด ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]
   
ผู้เขียน หัวข้อ: งบการเงิน คืออะไร และส่วนประกอบ  (อ่าน 26289 ครั้ง)
morgan manager
Morgan Manage
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2954


« เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2009,- 11:25 PM »

งบการเงินนั้น ประกอบด้วย

งบดุล (Balance Sheet)
งบกำไรขาดทุน (Income Statement) และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (Statement of change in Owner’s Equity)
งบกระแสเงินสด (Statement of Cash Flows)
นโยบายการบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน (Accounting Policies and Notes to the Financial Statements)
งบการเงิน (Financial Statement)

        งบการเงิน หมายถึง งบกำไรสะสม งบดุล งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน หมายเหตุงบย่อย และคำอธิบายอื่นซึ่งระบุไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน

        งบการเงินเป็นผลผลิตของกระบวนการบัญชีการเงินทั้งหมด กระบวนการดังกล่าวดำเนินไปภายในขอบเขตของหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปซึ่งกำหนดว่าข้อมูลใดควรบันทึกไว้ในบัญชีและควรบันทึกเมื่อใดควรวัดค่าข้อมูล และควรเปิดเผยข้อมูลนั้นอย่างไร

        ฝ่ายจัดการของกิจการอาจจัดทำงบการเงินขึ้น เพื่อประโยชน์ของตนเองได้หลายวิธีต่างๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับวัตถุประสงค์ภายในของกิจการนั้นๆ แต่เมื่อเป็นงบการเงินที่แสดงแก่บุคคลภายนอก เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ ลูกจ้าง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ฯลฯ แล้วงบการเงินดังกล่าวควรสอดคล้องกับ

        มาตรฐานของการบัญชีที่ ก.บช. และสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยกำหนด

        ลักษณะขั้นมูลฐานของการบัญชีการเงิน ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของกิจการ รายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร (ขาดทุน) สุทธิ ลักษณะขั้นมูลฐานจะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของสภาพแวดล้อม หรือข้อสมมติขั้นมูลฐานของการบัญชีเป็นสำคัญ

         งบการเงิน หมายถึง รายได้ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทซึ่งจัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยเป็นการรายงานกิจกรรมการเงินกิจกรรมการลงทุน

[แก้ไข] ประโยชน์ที่จะได้รับจากข้อมูลงบการเงิน
        1.จะทราบว่าบริษัทที่จะลงทุนมีความสามารถในการทำกำไรในอดีตเป็นอย่างไร ในอนาคตมีแนวโน้มจะทำกำไรได้มากขึ้นหรือไม่ จึงต้องใส่ใจกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจด้วย ซึ่งหมายถึงผลตอบแทนที่จะได้รับ

        2.ได้ทราบว่ามีปัญหาทางการเงินหรือไม่ หากกิจการมีการล้มเลิกไป ทรัพย์สินที่มีอยู่นั้นต้องจ่ายชำระคืนให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหมดก่อนเจ้าของกิจการจึงได้รับส่วนที่เหลือคืนซึ่งบางครั้งทรัพย์สินที่มีอยู่หลังจ่ายคืนเจ้าหนี้แล้วอาจจะไม่พอจ่ายคืนส่วนของเจ้าของ นั่นคือความเสี่ยงที่ผู้เป็นเจ้าของจะได้รับ

        3.จะได้ทราบเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ของบริษัท

[แก้ไข] ประเภทของงบการเงินที่ผู้ลงทุนควรรู้จัก
         1.งบดุล เป็นงบการเงินที่แสดงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง งบดุลจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยากรของกิจการ(สินทรัพย์) และสิทธิเรียกร้องเหนือทรัพยากรเหล่านั้น(หนี้สินและส่วนของเจ้าของ)

         2.งบกำไรขาดทุน เป็นงบการเงินที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของกิจการสำหรับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

         3.งบกระแสเงินสด เป็นงบการเงินที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดรับและกระแสเงินสดจ่ายของกิจการในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยจะแสดงแหล่งที่ใช้เงินสด เงินสดที่เพิ่มขึ้นลดลง กิจกรรมลงทุน ข้อมูลในงบกระแสเงินสดจะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินสามารถประเมินสภาพคล่องของกิจการได้

         4.หมายเหตุประกอบงบการเงิน เป็นรายงานต่อท้ายงบการเงิน จะบอกข้อมูลเพิ่มเติมที่มีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์งบการเงิน ทำให้ทราบงบการเงินนั้นใช้นโยบายบัญชีและหลักเกณฑ์อย่างไรในการทำงบการเงิน

         5.รายงานของผู้สอบบัญชี ในการใช้งบการเงินของกิจการผู้ใช้งบการเงินควรอ่านรายงานของผู้สอบบัญชีให้แน่ใจว่าข้อมูลทางการเงินที่ใช้ในการตัดสินใจแสดงไว้ครบถ้วน ถูกต้อง

ประเภทของรายงานผู้สอบบัญชี มี 4 ประเภท

         1.รายงานของผู้สอบบัญชี “แบบไม่มีเงื่อนไข”หมายความว่า งบการเงินของบริษัทจัดทำขึ้นถูกต้อง

         2.รายงานของผู้สอบบัญชี “แบบมีเงื่อนไข”หมายความว่า ผู้สอบบัญชีพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการรับรู้รายงานที่เกิดขึ้น

         3.รายงานของผู้สอบบัญชี “ไม่แสดงความเห็น”หมายความว่าผูสอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินที่ตรวจสอบเนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอ

         4.รายงานของผู้สอบบัญชี “ไม่ถูกต้อง”หมายความว่า ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่า งบการเงินที่ตรวจสอบไม่ถูกต้อง

[แก้ไข] การจัดทำงบการเงิน
        สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต กำหนดหลักเกณฑ์ให้บริษัทจดทะเบียนจะต้องจัดทำและเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน ตามมาตรฐานการบัญชีไทยที่กำหนดตามกฎหมายเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและเปรียบเทียบกันได้

[แก้ไข] หมายเหตุประกอบงบการเงิน
        เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนและผู้ใช้งบการเงิน โดยเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลในเรื่องต่างๆดังนี้

1.เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดทำรายการในงบการเงิน และนโยบายการบัญชี
2.การลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทอื่นรายงานบัญชี
3.บริษัทร่วม ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
4.เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน
5.ภารผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดในภายหน้า
6.การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชี
7.ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนมีบริษัทย่อยและไม่ได้นำบริษัทย่อยใดมารวมในงบการเงินรวม ต้องชี้แจงเหตุผลถึงการไม่นำมารวม
8.ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนเป็นสถาบันการเงิน ให้เปิดเผลรายละเอียด สินทรัพย์ของบริษัท
9.รายการใด ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถึอหลักทรัพย์

[แก้ไข] การจัดส่งงบการเงินและรายงานของบริษัทจดทะเบียน         

         1.งบการเงินรายไตรมาส ที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว ให้นำส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ภายใน 45 วัน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

         2.งบการเงินประจำงวดการบัญชี ได้ตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว ให้นำส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ภายใน 3 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี หรือภายใน 60 วัน

         3.แบบแสดงรายการเปิดเผยข้อมูลประจำปี ให้นำส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ภายใน 3 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

         4.รายงานประจำปี ที่เสนอต่อผู้ถือหุ้น ให้นำส่งต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ภายใน 110 วัน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมหนังสือนัดประชุมประจำปี

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
   
 
กระโดดไป:  

SMF 1.1.19 | SMF @ 2013, Simple Machines
Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2013, Simple Machines